SIMPLE DATA ANALYSIS

บทความฉบับแรกผมได้เขียนเกี่ยวกับวิวัฒนาการของกองบรรณาธิการของวารสารสมาคมสำรวจข้อมูลระยะไกลและสารสนเทศภูมิศาสตร์แห่งประเทศไทย (RESGAT Journal) นับตั้งแต่จัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2543 จนถึงปัจจุบัน (กันยายน 2562) ที่ได้บ่งชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเนื่องจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ซึ่งกองบรรณาธิการสามารถควบคุมได้และไม่ได้ตามหลักธรรมชาติที่เป็นสัจธรรม

หลังจากผมได้ร่วมกับกองบรรณาธิการชุดปัจจุบันที่มีดร. กฤษนัยน์ เจริญจิตร มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นบรรณาธิการ ในการประเมินคุณภาพวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI รอบที่ 4 (2563-2567) เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 (Good Friday) ที่ผ่านมา ผมได้จัดทีมงานเฉพาะกิจ (นักศึกษาในความรับผิดชอบ) ช่วยกันสรุปข้อมูลพื้นที่ฐานของบทความวิชาการที่ตีพิมพ์ใน RESGAT Journal เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลแบบง่าย (Simple Data Analysis) ประกอบด้วย (1) จำนวนบทความวิชาการของแต่ละปี (Volume) (2) จำนวนบทความวิชาการของแต่ละฉบับ (Number) ในแต่ละปี (3) จำนวนผู้เขียนบทความทางวิชาการ (Authors) และภาษาที่ใช้เขียน (Language) (4) หน่วยงานต้นสังกัดของผู้เขียน (Affiliation) และ (5) สารัตถะของบทความทางวิชาการ (Substance) โดยมีผลสรุปดังต่อไปนี้

1. จำนวนบทความวิชาการในแต่ละปี (Volume)

หากทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติแบบง่าย (Simple descriptive statistics) พบว่า จำนวนบทความวิชาการรวมในแต่ละปีที่ผ่านการพิจารณาตามเกณฑ์มาตรฐานของกองบรรณาธิการในระหว่างปี พ.ศ. 2543 (Volume 1) ถึง พ.ศ. 2562 (Volume 20) มีความผันแปร (Variability) ค่อนข้างสูง (ภาพที่ 1) บทความวิชาการตีพิมพ์มีจำนวนมากที่สุด 18 บทความต่อปี ขณะที่ จำนวนบทความที่ตีพิมพ์มีจำนวนน้อยสุดเพียง 3 บทความต่อปี โดยมีค่าเฉลี่ย (Mean) เท่ากับ 11.70 บทความ ในขณะเดียวกัน ค่าความแปรปรวนของข้อมูลประชากร (Population variance) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลประชากร (Population standard deviation) ของจำนวนบทความวิชาการมีค่าเท่ากับ 16.91 และ 4.11 ตามลำดับ ซึ่งค่าทั้งสองนี้บ่งชี้ถึงความผันแปรได้เป็นอย่างดี ฉะนั้น จึงเป็นความท้าทายอีกเรื่องหนึ่งของกองบรรณาธิการชุดใหม่ที่ต้องหาวิธีการเพิ่มจำนวนบทความทางวิชาการในปริมาณที่เหมาะสมตามเกณฑ์มาตรฐาน รวมทั้ง การตีพิมพ์บทความทางวิชาการให้ตรงตามเวลาที่กำหนดซึ่งเป็นเกณฑ์หลักที่สำคัญในการประเมินคุณภาพวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI

ภาพที่ 1 จำนวนบทความวิชาการในแต่ละปี (volume) ระหว่างปี พ.ศ. 2543 –สิงหาคม 2562

2. จำนวนบทความวิชาการรวมของแต่ละฉบับ (Number)

ในทำนองเดียวกัน จำนวนบทความวิชารวมของแต่ละฉบับ (Number) ที่ผ่านการพิจารณาตามเกณฑ์ของกองบรรณาธิการในระหว่างปีพ.ศ. 2543 (Volume 1 No 1) ถึง พ.ศ. 2562 (Volume 20 No 1&2) มีความผันแปรค่อนข้างสูง (ภาพที่ 2) จากข้อมูลที่นำมาใช้วิเคราะห์ พบว่า มีจำนวนบทความวิชาการมากสุดที่ผ่านการพิจารณาและตีพิมพ์จำนวน 8 บทความต่อฉบับ ในขณะเดียวกัน จำนวนบทความวิชาการที่ผ่านการพิจารณาและตีพิมพ์มีจำนวนน้อยสุดเพียง 3 บทความต่อฉบับ ดังนั้น ภาระงานสำคัญเร่งด่วนของบรรณาธิการชุดใหม่จึงเป็นเรื่องการเพิ่มจำนวนบทความทางวิชาการดังอธิบายไว้ข้างต้น

ภาพที่ 2 จำนวนบทความวิชาการในแต่ละฉบับ (number) ระหว่างปี พ.ศ. 2543 –สิงหาคม 2562

3. จำนวนผู้เขียนบทความทางวิชาการ (Authors) และภาษาที่ใช้ (Language)

จากจำนวนบทความทางวิชาที่ตีพิมพ์ใน RESGAT Journal ในระหว่างปีพ.ศ. 2543 (Volume 1 No 1) ถึง พ.ศ. 2562 (Volume 20 No 1&2) ที่มีทั้งหมดจำนวน 234 บทความ พบว่า ผู้เขียนบทความทางวิชาการมีจำนวนน้อยสุด 1 ราย ขณะที่ ผู้เขียนบทความทางวิชาการมีจำนวนมากสุด 8 ราย โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.79 คน และพบว่า บทความทางวิชาการที่เขียนร่วมกันจำนวน 2 ราย ตีพิมพ์เผยแพร่มากสุดจำนวน 90 บทความ โดยพบว่าบทความที่ตีพิมพ์ส่วนใหญ่เป็นการเขียนร่วมกันระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาสำหรับใช้สำเร็จการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในทางตรงกันข้าม บทความทางวิชาการที่เขียนร่วมกันจำนวน 8 ราย ตีพิมพ์เผยแพร่น้อยสุดจำนวน 2 บทความ เท่านั้น (ภาพที่ 3)

ภาพที่ 3 ความถี่ของจำนวนผู้เขียนบทความวิชาและจำนวนบทความ

ในขณะเดียวกัน หากพิจารณาภาษาที่ใช้เขียนบทความวิชาการจำนวน 234 บทความ พบว่า ภาษาที่ใช้เขียนส่วนใหญ่เป็นภาษาไทยจำนวน 205 บทความ หรือคิดเป็นร้อยละ 87.61 และใช้ภาษาอังกฤษจำนวน 29 บทความ หรือคิดเป็นร้อยละ 12.39

จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า การรักษาระดับมาตรฐานของ RESGAT Journal ให้อยู่ในฐานข้อมูล TCI จากศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) ในกลุ่มที่ 2 เป็นสิ่งสำคัญ และการยกระดับมาตรฐานของวารสารให้สูงขึ้นเพื่อเข้าใน TCI กลุ่มที่ 1 เป็นเรื่องท้าทายสำหรับกองบรรณาธิการชุดใหม่เพื่อทำให้วารสารแหล่งเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาอีกแหล่งหนึ่งของประเทศ และการรณรงค์ในนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษาใช้ภาษาอังกฤษในการเขียนบทความวิชาการเป็นสิ่งจำเป็น หากต้องการให้ RESGAT Journal ก้าวสู่วารสารระดับนานาชาติเพื่อให้ได้รับรองมาตรฐานในระบบ ASEAN Citation Index (ACI) ในอนาคตต่อไป

4. หน่วยงานของผู้เขียนบทความทางวิชาการ (Affiliation)

จากจำนวนบทความทางวิชาที่ตีพิมพ์จำนวน 234 บทความ ที่ได้จำแนกหน่วยงานของผู้เขียนออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย (1) มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน (2) หน่วยงานราชการและภาคเอกชน และ (3) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) และศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศที่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่กระจายในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ซึ่งประกอบด้วย (1) ศูนย์ฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รับผิดชอบโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น (2) ศูนย์ฯ ภาคเหนือตอนบน รับผิดชอบโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (3) ศูนย์ฯ ภาคเหนือตอนล่างที่รับผิดชอบโดยมหาวิทยาลัยนเรศวร (4) ศูนย์ฯ ภาคตะวันออก รับผิดชอบโดยมหาวิทยาลัยบูรพา และ (5) ศูนย์ฯ ภาคใต้ รับผิดชอบโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และในปัจจุบัน (กันยายน 2562) สทอภ. ได้ลงนามความร่วมกับ 2 มหาวิทยาลัยและจัดตั้งศูนย์ฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง รับผิดชอบโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และศูนย์ฯ ภาคกลางและภาคตะวันตก รับผิดชอบโดยมหาวิทยาลัยมหิดล

จากการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับหน่วยงานของผู้เขียน พบว่า หน่วยงานที่เขียนบทความทางวิชาส่วนใหญ่มาจากมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งหากพิจารณาข้อมูลเชิงลึก พบว่า มหาวิทยาลัยเหล่านี้เปิดสอนหลักสูตรภูมิสารสนเทศหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และพบว่า มหาวิทยาลัย 10 อันดับแรก (Top 10) ที่ร่วมเขียนบทความทางวิชาการ ใน RESGAT Journal จำนวนมาก ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหาสารคามและมหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี (ภาพที่ 4) ดังรายละเอียดในตารางที่ 1 ในขณะเดียว สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) และศูนย์ภูมิภาคของสทอภที่ ตีพิมพ์บทความทางวิชาการจำนวนรองลงมา (ตารางที่ 2) และตามด้วยหน่วยงานของราชการและภาคเอกชน (ตารางที่ 3)

ภาพที่ 4 มหาวิทยาลัยของรัฐ 10 อันดับแรก ที่ตีพิมพ์บทความในวารสารในระหว่างปีพ.ศ. 2543-2562

ตารางที่ 1 จำนวนบทความวิชาจากมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน

ลำดับ หน่วยงานของผู้เขียนบทความวิชาการ จำนวนบทความ
1 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 45
2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 35
3 มหาวิทยาลัยขอนแก่น 33
4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 20
5 มหาวิทยาลัยมหิดล 16
6 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 15
7 มหาวิทยาลัยบูรพา 14
8 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 10
9 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 5
10 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 4
11 มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี 4
12 มหาวิทยาลัยนเรศวร 3
13 มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ 2
14 Chiba university 1
15 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 1
16 สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย 1
17 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 1
18 Akita University, Japan 1
19 Michigan State University 1
20 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 1
21 มหาวิทยาลัยพะเยา 1
22 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน 1
23 มหาวิทยาลัยเนชั่น 1
24 มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต 1
25 มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย 1
26 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 1


ตารางที่ 2 จำนวนบทความวิชาจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศและศูนย์ภูมิภาค

ลำดับ สทอภ. และศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ จำนวน
บทความ
1 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) 32
2 ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 22
3 ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภาคใต้ 4
4 ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภาคเหนือตอนบน 1
5 ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภาคเหนือตอนล่าง 1

ตารางที่ 3 จำนวนบทความวิชาจากหน่วยงานของราชการและภาคเอกชน

ลำดับ หน่วยงานราชการและภาคเอกชน จำนวน
บทความ
1 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 3
2 กรมป่าไม้ 2
3 สาธารณสุขจังหวัดสระบุรี 2
4 สภาวิจัยแห่งชาติ 2
5 กรมพัฒนาที่ดิน 2
6 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 1
7 กรมวิชาการเกษตร 1
8 กรมทรัพยากรธรณี 1
9 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 1
10 สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1
11 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 1
12 กรมที่ดิน 1
13 กรมแผนที่ทหาร 1
14 กรมชลประทาน 1
15 กรมทางหลวง 1
16 สถานที่ปรึกษาและพัฒนานโยบายสาธารณะด้านสาธารณสุข 1
17 สำนักงานจังหวัดลำปาง 1
18 สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค ที่ 15 1
19 องค์การบริหารส่วนตำบลไม้แก้ว จังหวัดภูเก็ต 1
20 บริษัท NuMap จำกัด 1
21 บริษัท ESRI (Thailand) จำกัด 1

5. สารัตถะของบทความทางวิชาการ (Substance)

จากจำนวนบทความทางวิชาที่ตีพิมพ์ใน RESGAT Journal ทั้งหมดจำนวน 234 บทความ ที่จำแนกออกเป็นกลุ่มแบบกว้าง ๆ ประกอบด้วย แบบจำลองเชิงพื้นที่ (geospatial modeling), ระบบการบริการผ่านเว็บ (Web service), การประมวลข้อมูลภาพและการจำแนก (image processing and classification), การตรวจสอบการเปลี่ยนแปลง (change Detection), การรังวัดด้วยภาพ (Photogrammetry), เรดาร์ (Radar), GPS/GNSS และกฏหมายอวกาศ (space law) พบว่า บทความทางวิชาการด้านแบบจำลองเชิงพื้นตีพิมพ์เผยแพร่มากสุดจำนวน 122 บทความ หรือคิดเป็นร้อยละ 52.14 รองลงมาเป็นบทความด้านการประมวลผลและจำแนกข้อมูลภาพจำนวน 48 บทความ หรือคิดเป็นร้อยละ 20.51 และการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงจำนวน 21 บทความ หรือคิดเป็นร้อยละ 8.97 ขณะที่บทความวิชาการด้านกฏหมายอวกาศตีพิมพ์เผยแพร่น้อยสุดจำนวน 1 บทความ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.43 (ภาพที่ 5)

ภาพที่ 5 จำนวนบทความทางวิชาการตามกลุ่มสารัตถะ

การวิเคราะห์ข้อมูลแบบง่ายจากบทความวิชาการที่ตีเผยแพร่ใน RESGAT Journal ในระหว่างปี พ.ศ. 2543 (Volume 1) ถึง พ.ศ. 2562 (Volume 20) นับว่าเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญสำหรับใช้ในการกำหนดแนวทางการดำเนินงานของกองบรรณาธิการชุดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเพิ่มจำนวนบทความวิชาการในแต่ละฉบับ การส่งเสริมให้นักศึกษาและนักวิจัยทั้งรุ่นเก่าและใหม่ในแวดวงภูมิสารสนเทศตีพิมพ์ผลงานเพิ่มมากขึ้น รวมทั้ง การติดตั้งระบบการจัดการวารสารแบบออนไลน์ของ RESGAT Journal ที่มุ่งเป้าหมายเพื่อให้วารสาร RESGAT ได้การรับรองคุณภาพจากศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) ในกลุ่มที่ 1 และยังเป็นการรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุค Disruptive Technology

รศ. ดร. สุวิทย์ อ๋องสมหวัง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี E-mail: suwit@.sut.ac.th, Date 19/09/2019.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *